สราวุฒิ คว้าแชมป์สเตจ 3  พร้อมผงาดผู้นำคะแนนรวม ปั่น ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์

“สราวุฒิ สิริรณชัย” คว้าแชมป์สเตจที่ 3 พร้อมผงาดตำแหน่งผู้นำคะแนนรวม แย่งเสื้อเขียวกลับคืนมาจากทีมไบค์ เอด ได้สำเร็จ ขณะที่ “ธนาคาร ไชยยาสมบัติ” ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำเวลารวมรุ่นยู-23 ได้ครองเสื้อม่วงต่อไป ด้านผู้แทนจากกรมควบคุมโรค กล่าวชื่นชมสมาคมกีฬาจักรยานฯ ดำเนินมาตรการป้องกัน “โควิด-19” ได้ตามที่ “ศบค.” กำหนดไว้ทุกประการ

การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เส้นทางจังหวัดสมุทรสงคราม - เพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ - ชุมพร - ระนอง และสุราษฎร์ธานี ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เป็นการชิงชัยประเภททีมชาย สเตจที่ 3 ปล่อยตัวจากหน้าเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ไปเข้าเส้นชัยที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ระยะทาง 204.20 กม. โดยได้รับเกียรติจาก นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการปล่อยตัวนักกีฬา ร่วมกับ “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมในพิธี

เส้นทางการแข่งขันในช่วงแรก ขบวนได้ปั่นผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ, ชายทะเลบ้านกรูด ไปจนถึงอำเภอบางสะพาน จังหวัดชุมพร ผ่านอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร และจุดชมวิวหาดถ้ำธง

สำหรับการแข่งขันมาบี้กันสุดมันช่วง 30 กม. สุดท้าย เมื่อนักปั่นกลุ่มนำ 6 คน ได้แก่ สิบตรี สราวุฒิ สิริรณชัย, จ่าอากาศเอก พีระพล ชาวเชียงขวาง และ อริยะ พูลสวัสดิ์ นักปั่นสัญชาติลาว จากทีมไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง รวมทั้ง วาเลนติน ไมดีย์ จากทีมรู้ใจ ดอคคอม, นิโคเดมัส โอลเลอร์ กับ เอ็ดเน่ ฟาน แองเกเลน จากทีมไบค์ เอด เยอรมนี ปั่นฉีกหนีกลุ่มใหญ่ออกมาทิ้งห่างเกือบ 3 นาที

ผลปรากฏว่า สิบตรี สราวุฒิ สิริรณชัย เจ้าของ 3 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์ พุ่งทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าแชมป์ประจำสเตจที่ 3 ได้ครอง ตามมาด้วย วาเลนติน ไมดีย์ ที่ได้อันดับ 2 และ นิโคเดมัส โอลเลอร์ ได้อันดับที่ 3 ด้วยเวลา 5.00.26 ชั่วโมงเท่ากัน โดยตำแหน่งผู้นำเวลารวมตำเป็นของ นิโคเดมัส โอลเลอร์ จากทีมไบค์ เอด ด้วยเวลา 10.08.54 ชั่วโมง ได้ครองเสื้อสีชมพู ส่วนอันดับ 2 เป็นของ สราวุฒิ เวลารวม 10.09.36 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม จากชัยชนะในสเตจนี้ทำให้ สราวุฒิ มีคะแนนรวม 41 คะแนน ผงาดคว้าตำแหน่งผู้นำคะแนนรวม แย่งเสื้อเขียวจากทีมไบค์ เอด มาครองได้สำเร็จ

ส่วนรางวัลเจ้าความเร็ว (IS) ประจำจุดที่ 1 เป็นของ กิตติคุณ ลิ่มสุวัฒนาพงษ์ จากทีม EN KKU และรางวัลเจ้าความเร็ว (IS) ประจำจุดที่ 2 ได้แก่ จ่าอากาศเอก พีระพล ชาวเชียงขวาง จากทีมไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง, รางวัลนักบู๊ยอดเยี่ยมประจำสเตจที่ 3 ได้แก่ นายกฤษณะ แก้วจันทร์ จากทีมฟิชเชอร์แมนเฟรนด์, รางวัลแชมป์รุ่นยู-23 (รุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปี) ประจำสเตจที่ 3 ได้แก่ นายทักษ์ แก้วน้อย จากทีมไทยแลนด์ ออล สตาร์ เวลา 5.02.51 ชั่วโมง ขณะที่ผู้นำเวลารวมรุ่นยู-23 ยังเป็นของ “เฟรม” สิบตรี ธนาคาร ไชยยาสมบัติ ด้วยเวลา 10.11.22 ชั่วโมง ได้ครองเสื้อสีม่วงต่อไป ด้านเวลารวมประเภททีม อันดับ 1 ทีมไบค์ เอด เวลา 30.30.25 ชั่วโมง, ที่ 2 ทีมไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง เวลา 30.31.18 ชั่วโมง, ที่ 3 ทีมรู้ใจ ดอทคอม เวลา 30.39.45 ชั่วโมง

ด้านพิธีการรับรางวัลที่บริเวณหน้าเทศบาลเมืองชุมพร ได้รับเกียรติจาก นายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร (รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร) ให้เกียรติแสดงความยินดีกับนักกีฬา ร่วมกับ พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดชุมพรร่วมในพิธี

หลังการแข่งขัน “โค้ชตั้ม” พันจ่าอากาศเอก วิสุทธิ์ กสิยะพัท หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมไทย เปิดเผยว่า วันนี้เกมเป็นไปตามแผนทุกอย่าง หลังจากแข่งมา 3 เสตจ นักปั่นไทยได้แชมป์ 2 สเตจ ถือว่าน่าพอใจมาก ส่วนที่เหลืออีก 3 สเตจ เป็นเกมที่หนักพอสมควร โดยเฉพาะในสเตจที่ 4 ที่ต้องปั่นข้ามเขาทะลุ แต่นักปั่นของเราก็มีดีพอที่จะกลับมาเป็นผู้นำคะแนนรวมได้ เพราะเราผ่านการฝึกซ้อมเส้นทางนี้มาแล้ว นอกจากนี้ก็มองไปที่การคว้าผู้นำเวลารวมประเภททีมด้วย ขอฝากให้พี่น้องชาวไทยส่งแรงใจมาเชียร์นักปั่นไทยกันมาก ๆ 

พลเอกเดชา กล่าวว่า การแข่งขันเป็นไปตามแผนที่ “โค้ชตั้ม” วางเอาไว้ทุกประการ แต่ช่วง 10 กม. สุดท้ายก็ลุ้นกันหนักพอสมควร เพราะเป็นห่วง ธนาคาร จะพลาดการรักษาตำแหน่งผู้นำเวลารวมรุ่นยู-23 สุดท้ายก็ไล่กลุ่มนำทำเวลาได้ทัน นอกจากนี้ก็ลุ้นในช่วงการสปริ้นต์หน้าเส้น แต่ยังเชื่อฝีมือของ สราวุฒิ กับ พีระพล ว่ามีศักยภาพเพียงพอ และก็ทำสำเร็จตามแผน ส่วนสเตจที่ 4 เส้นทางปั่นขึ้นเขา น่าจะเป็นโอกาสดีของนักปั่นไทยที่จะแย่งเสื้อชมพูกลับมาให้ได้

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์จากการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” ประการแรกก็คือเรื่องการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย อย่างทีมไบค์ เอด จากประเทศเยอรมนี เขาขออยู่เมืองไทยต่อจนกว่าจะวีซ่าจะหมด เพราะที่ประเทศของเขาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ยังค่อนข้างหนัก แต่อยู่ที่นี่เขารู้สึกปลอดภัย และอยากจะเก็บตัวฝึกซ้อมที่เมืองไทยต่อไปสัก 3-4 เดือน นอกจากนี้การถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูป โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะทำให้ชาวต่างชาติได้เห็นแหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติอันสวยงามของประเทศไทย ประการที่สองคือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ มูลค่าเม็ดเงินอาจจะไม่มากนัก แต่ก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้า และชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจโรงแรมที่พักก็มีความคึกคัก

ขณะที่ผู้แทนจากสำนักงานควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี กรมควบคุม ที่ติดตามการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ตั้งแต่สเตจที่ 1 กล่าวว่า จากการสังเกตการณ์ช่วงที่ผ่านมา สมาคมกีฬาจักรยานฯ สามารถดำเนินได้ตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ ศบค. กำหนดเอาไว้ทุกประการ ขอชื่นชม และขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานฯ รวมทั้งนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

สำหรับการแข่งขันสเตจที่ 4 ในวันที่ 9 ตุลาคม เส้นทางเริ่มจากบริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ไปเข้าเส้นชัยที่เทศบาลเมืองระนอง ระยะทาง 122.85 กม. โดยได้รับเกียรติจาก นายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร (รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร) เป็นประธานในการปล่อยตัวนักกีฬา เวลา 09.00 น. สำหรับแฟนกีฬาจักรยานติดตามชมได้จากการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และ ยูทูป เริ่มตั้งแต่เวลา 08.45 น. จนจบการแข่งขัน.